Menu

ไปไม่ถึงฝัน บุรีรัมย์ เปิดบ้านพ่าย อุราวะ 1-2 ร่วง ACL

ไปไม่ถึงฝัน บุรีรัมย์ เปิดบ้านพ่าย อุราวะ 1-2 ร่วง ACL

   ไปไม่ถึงฝัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิด ช้าง อารีน่า พ่ายให้กับ อุราวะ เรด ไดมอนส์ 1-2 ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า ร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 ไปเป็นที่แน่นอนแล้ว

ไปไม่ถึงฝัน บุรีรัมย์ เปิดบ้านพ่าย อุราวะ 1-2

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่มจี) นัดที่ 5 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดบ้านรับการมาเยือนจาก อูราวะ เรด ไดมอนส์ ที่สนามบุรีรัมย์ สเตเดียม ในวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562

   เริ่มเกม อุราวะ ได้ประตูขึ้นนำเร็วเพียงในนาทีที่ 3 จากจังหวะที่ เอเวอร์ตัน แทงบอลจากกลางสนามขึ้นหน้าไปให้ ชินโซ โคโรกิ แตะแล้วซัดจากเส้นกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อุราวะ เรด ไดมอนส์ นำ 1-0

   แต่ไม่นาน บุรีรัมย์ ก็สามารถตีเสมอได้เร็วเหมือนกันในนาทีที่ 13 จากเกมโตกลับเร็ว เปโดร จูเนียร์ เลี้ยงพาบอลขึ้นมาก่อนจะปาดให้ นฤบดินทร์ ทางขวาเปิดเรียดเข้าเขตโทษกลับไปให้ เปโดร ที่วิ่งเข้าไปยิงเป็นประตู บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   จากนั้นอีก 10 นาทีถัดมา ทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจากการคลึงอยู่หน้ากรอบเขตโทษของ บุรีรัมย์ ก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะเป็น ยูกิ มูโตะ ที่จัดการซัดซัดบอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไปพา อูราวะ เรด ไดมอนส์ ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

   จบครึ่งหแรก อูราวะ เรด ไดมอนส์ นำ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ 2-1

   ครึ่งหลัง บุรีรัมย์ ที่ตามหลังอยู่ 1 ประตูพยายามจะบุกเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ นาทีที่ 66 ได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้าย เลือง ซวน เชือง เปิดไปเสาสองให้ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้โหม่งแต่บอลพุ่งผ่านปากประตูออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่า บุรีรัมย์ จะพยายามบุกแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปทำประตูได้ สุดท้ายจบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พ่ายให้ ราวะ เรด ไดมอนส์ 1-2 ร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

   บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน,พรรษา เหมวิบูลย์,อันเดรส ตูเญซ,ศศลักษณ์ ไหประโคน,สุเชาว์ นุชนุ่ม,ศุภชัย ใจเด็ด,ชิติพัทธ์ แทนกลาง,นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม,สุภโชค สารชาติ,รัตนากร ใหม่คามิ,เปโดร จูเนียร์

   อูราวะ เรด ไดมอนส์ : ชูซากุ นิชิกาวา,ไดสุเกะ ซูซูกิ,โทโมอากิ มากิโนะ,เรียวสุเกะ ยามานากะ,คาซูกิ นากาซาวา,เอเวอร์ตัน,ยูกิ มูโตะ,อาโอกิ ทาคูยะ,ชินโซ โคโรกิ,ทาคูยะ อิวานามิ,เรียวตะ โมริวากิ

 

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว อินเตอร์ มิลาน VS โรม่า

กัลโช่ เซเรีย อา พรีวิว อินเตอร์ มิลาน VS โรม่า

   กัลโช่ เซเรียอา 2018/19 งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก หมาป่า โรม่า ที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า .oวันเสาร์ 20 เมษายน 2562 เวลา 01:30 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

03/12/18 โรม่า 2-2 อินเตอร์ มิลาน
22/01/18 อินเตอร์ มิลาน 1-1 โรม่า
27/08/17 โรม่า 1-3 อินเตอร์ มิลาน
27/02/17 อินเตอร์ มิลาน 1-3 โรม่า
03/10/16 โรม่า 2-1 อินเตอร์ มิลาน

กัลโช่ เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน VS โรม่า

อินเตอร์ มิลาน

   ผลงานล่าสุดของ อินเตอร์ มิลาน 6 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 1 ยิงได้ 9 ประตูและเสีย 4 ประตู ล่าสุดเพิ่งบุกเอาชนะ โฟรซิโนเน่ 3-1 รักษาอันดับ 3 ของตารางได้อย่างเหนียวแน่น

  ความพร้อมของทีมเกมนี้ไม่มี มาร์เซโล่ โบรโซวิช กองกลางที่ยังบาดเจ็บ ในขณะที่ ซิเม่ เวอร์ซัลย์โก้ ก็ยังไม่หาย ส่วน บอร์ฆา บาเลโร่ ก็มีอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน แต่ข่าวดีคือจะได้ สเตฟาน เดอ ฟราย กับ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมได้แล้ว

   คาดว่า ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซืออินเตอร์ จะส่ง มัตเตโอ โปลิตาโน่, รัดย่า นาอิงโกลัน และ อีวาน เปริซิช เป็นแนวรุกโดยมี เมาโร อีการ์ดี้ เป็นหน้าเป้า

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, สเตฟาน เดอ ฟราย, มิลาน สคริเนียร์, ควัดโว อซาโมอาห์, มาติอัส เวซิโน่, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, มัตเตโอ โปลิตาโน่, รัดย่า นาอิงโกลัน, อีวาน เปริซิช, เมาโร อีการ์ดี้

โรม่า

   ทางด้าน หมาป่า 6 นัดหลังสุดที่ลงสนาม ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 9 ประตูและเสีย 7 ประตู ล่าสุดเพิ่งจะเฉือนเอาชนะ อูดิเนเซ่ มา 1-0 เป็นชัยชนะในลีกมาสองนัดติดต่อกันแล้ว

   สภาพทีมขาดดาวิเด้ ซานตอน และ ริค คาร์สดร็อปที่ยังคงบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม แต่จะได้อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟแบ็กซ้ายที่พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

   คาดว่า เคลาดิโอ รานิเอรี่ เทรนเนอร์โรม่า จะวาง นิโคโล่ ซานิโอโล่, ลอเรนโซ่ เปลเยกรินี่ และ สเตฟาน เอลชาราวี่ เป็นตัวรุกแล้วใช้ เอดิน เซโก้ ล่าตาข่าย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อันโตนิโอ มิรานเต้, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, คอสตาส มาโนลาส, เฟเดริโก้ ฟาซิโอ้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ไบรอัน คริสตานเต้, สเตเว่น เอนซ็องซี่, นิโคโล่ ซานิโอโล่, ลอเรนโซ่ เปลเยกรินี่, สเตฟาน เอลชาราวี่, เอดิน เซโก้

 

 

 

ผีฟื้นจากหลุม ปีศาจแดง เฉือน วัตฟอร์ด 2-1 ขึ้นที่ 4

ผีฟื้นจากหลุม ปีศาจแดง เฉือน วัตฟอร์ด 2-1 ขึ้นที่ 4

   ผีฟื้นจากหลุม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดโรงละครเฉือน วัตฟอร์ด แบบหืดจับไป 2-1 จาก มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ซัดกันไปคนละประตู ทำให้ ปีศาจแดง กลับมาชนะอีกครั้งหลังจากแพ้ไป 2 เกมรวด เก็บเพิ่ม 3 แต้มแซง อาร์เซน่อล ขึ้นที่ 4 ชั่วคราว

ผีฟื้นจากหลุม ปีศาจแดง เฉือน วัตฟอร์ด 2-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับ แตนอาละวาด วัตฟอร์ด ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

   ปีศาจแดง แพ้มา 2 เกมรวดรวมทุกรายการ ส่วน วัตฟอร์ด แพ้สลับชนะมา 4 นัดติด คู่นี้เจอกัน 4 นัดหลังสุดเป็น ปีศาจแดง ที่สามารถเอาชนะได้ 4 นัดรวด

   เริ่มเกมวัตฟอร์ดบุกจากขวาไปซ้าย นาทีที่ 6 เป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อน เมื่อเปเรย์ร่าไหลบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ดูกูเร่ซัดด้วยขวาบอลพุ่งออกหลังไป

   นาทีที่ 10 แมนยูตอบโต้ขึ้นมาบ้างจากบอลสวนกลับทางซ้าย แรชฟอร์ดกระชากบอลเข้าไปในกรอบโทษฝั่งซ้ายแต่ถูกสกัดออกหลังไปก่อนเลยได้เพียงเตะมุม จากนั้นเป็นจังหวะต่อเนื่องเมื่อโยนเตะมุมจากฝั่งซ้าย มาให้สมอลลิ่งได้โหม่งแต่บอลลอยข้ามคานไปออกไป

   จากนั้นทั้งสองทีมยังคงบุกเข้าใส่กันโดยไม่มียอมกันเลย จนกระทั่งนาทีที่ 28 แม้ ปีศาจแดง จะเป็นฝ่ายที่มีโอกาสน้อยกว่าแต่กลับได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ชอว์ ตัดบอลได้แล้วลากขึ้นไปจนถึงกลางสนามทางฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายมาให้ แรชฟอร์ด หลุดไปชิพด้วยขวาเข้าประตูไป

   นาทีที่ 33 โอกาสอีกครั้งของแมนยู คราวนี้จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายแล้วเล่นลูกสูตรกัน แล้วมาต้าจ่ายบอลจากเส้นหลังไปติดดูกูเร่ สกัดมาเข้าทางมาร์กซิยาลได้ยิง แต่ฟอสเตอร์เซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด

   จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง ปีศาจแดง ยังคงพยายาบุกจะเอาประตูที่สองให้ได้ แต่ วัตฟอร์ด ก็ไม่ยอมโดนบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาทีที่ 62 ทีมเยือนได้ลุ้นจากเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนเข้ามาหน้าปากประตูแล้วถูกสกัดออกไปนอกกรอบโทษ เฟเมเนีย เก็บบอลได้แล้วยิงสวนจากระยะเกือบ 40 หลา บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เด เคอา รับกระฉอกแต่ตามมาคว้าเอาไว้ได้

   นาทีที่ 73 ปีศาจแดง มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ เปเรย์ร่า จ่ายเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ ลินการ์ด เปิดต่อไปให้ มาร์กซิยาล ยิงไปติดเซฟ ฟอสเตอร์ แล้วล้มลงไปทั้งคู่แต่ มาร์กซิยาล ลุกขึ้นมายิงซ้ำ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 2-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้าย วัตฟอร์ดมาได้ประตูตีไข่แตก จากเดวโลเฟวเปิดบอลจากซ้ายไปติดบล็อค แล้วเป็นดูกูเร่เก็บได้ก่อนจะให้เข้าเขตโทษที่ซัคเซสส์ ชิ่งกลับมาที่ดูกูเร่ เข้าไปชิพสวนตัวเด เคอาเข้าประตูไป ทีมเยือนไล่ตามมา 2-1

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ วัตฟอร์ด ไป 2-1

 

ปลดล็อคสำเร็จ กลัดบัค เฉือนเอาชนะ ไมนซ์ 1-0 จบฟอร์มบู่

ปลดล็อคสำเร็จ กลัดบัค เฉือนเอาชนะ ไมนซ์ 1-0 จบฟอร์มบู่

   ปลดล็อคสำเร็จ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค บุกไปเฉือนเอาชนะ ไมนซ์ 05 ไป 1-0 จากประตูชัยหนึ่งเดียวของ นิโก้ เอลเวดี้ นาทีที่ 63 เก็บ 3 แต้มสำคัญรังอันดับ 4 บนตารางต่อไป

ปลดล็อคสำเร็จ กลัดบัค เฉือน ไมนซ์ 1-0 จบฟอร์มบู่

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ไมนซ์ 05 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ที่สนาม โอเปิล อารีน่า ในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562

   กลัดบัค ทีมอันดับ 4 ช่วงหลังฟอร์มแผ่วลงไปไม่น้อยหลังจากไม่ชนะมา 4 นัดติดต่อ ซึ่งอาจจะหลุดจากพื้นที่ลุ้นโควตา แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ทุกเมื่อ

   เริ่มเกม กลัดบัค ได้โอกาสลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 2 จากลูกยิงของสตินเดิลในกรอบเขตโทษ ต้องชมมุลเลอร์นายทวารเจ้าถิ่นที่เซฟเอาไว้ได้

   เกมผ่าน 20 นาที กลัดบัค เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้มากขึ้นและ นาทีที่ 23 ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกยิงไกลของ สตินเดล บอลไปติดบล็อคกองหลัง ไมนซ์ เปลี่ยนทางเกือบเข้าโคนเสา แต่ มุลเลอร์ ยังคงพุ่งไปรับเอาไว้ได้

   ช่วง 30 นาที ไมนซ์ เริ่มทำได้ดีขึ้น มีจังหวะได้ลุ้นเกมือนกัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู ส่วนทางด้าน กลัดบัค ก็สู้ได้สูสีไม่แพ้กันแต่โอกาสจะแจ้งในการทำประตูยังไม่มี ทำให้จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

   เริ่มเกมครึ่งหลังกลัดบัคพยายามจะตั้งเกมบุก เพื่อที่จะเอาประตูแรกให้ได้ แต่โอกาสยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่ จนเกมดำเนินมาจนครบ 1 ชั่วโมงรูปเกมยังคงออกมาสูสีแต่ยังไม่มีทีมใดที่สามารถทำประตูแรกได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 63 ในที่สุดประตูแรกของเกมก็มาจนได้ ซึ่งก็เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ของ กลัดบัค นั่นเอง จากบอลครอสทางขวาแล้ว สโตรเบิล ดีดย้อนกลับมาเสาแรกแล้วเป็น เอลเวดี้ ซัดจ่อๆในระยะเผาขนเข้าประตูไปอย่างสวยงาม กลัคบัค นำก่อน 1-0

   นาทีที่ 72 ไมนซ์ เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงของ โอนิซิโว่ น่าเสียดายที่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   จากนั้นช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นตั้งเกมบุกเพื่อหวังจะทวงประตูคืนจาก กลัดบัค ให้ได้ แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนัก ต่อกันไม่ติด และจังหวะบุกกดดันเข้าใส่ทีมเยือนก็ยังทำได้ไม่น่ากลัวเท่าที่ควร

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+2 ไมนซ์ ได้ลุ้นเฮือกสุดท้ายจากลูกยิงของ โอนิซิโว่ แต่บอลก็หลุดกรอบออกไปไกล

   ทำให้จบเกม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เป็นฝ่ายที่บุกมาเอาชนะ ไมนซ์ 05 ไป 1-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้มเต็ม แต่ยังคงรั้งอันดับ 4 บนตาราง บุนเดสลีกา ต่อไปได้อีกหนึ่งสัปดาห์

 

จิ้งจอกคืนชีพ เกรย์, วาร์ดี้ ซัดคนละประตูพา เลสเตอร์ เฉือน ไบรท์ตัน 2-1

จิ้งจอกคืนชีพ เกรย์, วาร์ดี้ ซัดคนละประตูพา เลสเตอร์ เฉือน ไบรท์ตัน 2-1

   จิ้งจอกคืนชีพ จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ เดมาไร เกรย์ และ เจมี่ วาร์ดี้ ซัดคนละประตูเฉือนเอาชนะ ไบรท์ตัน ไป 2-1 ซึ่งชัยชนะในนัดนี้ถือเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 8 เกมหลังสุดของทัพ จิ้งจอก อีกด้วย

จิ้งจอกคืนชีพ เลสเตอร์ เฉือน ไบรท์ตัน 2-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ไบรท์ตัน ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกม เลสเตอร์ เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันทีและมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ตัดบอลได้กลางสนาม ทีเลอม็องส์ แทงบอลมาให้ เกรย์ เข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้วยิงทันที เป็นประตูให้จิ้งจอกเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

   นาทีที่ 17 เป็นโอกาสลุ้นของ ไบรท์ตัน บ้าง จากลูกเตะมุมโกรสเปิดบอลไปกลางประตูให้ ดัฟฟี่โหม่งบอลโด่งออกหลัง ไม่ได้ลุ้นสักเท่าไหร่

   นาทีที่ 26 โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนจากความผิดพลาดของทีเลอม็องส์ แล้วโกรส ได้บอลแล้วตัดสินใจซัดจากหน้าเขตโทษ บอลแฉลบกำลังจะลอยเข้าประตูแต่ชไมเคิ่ลยังปัดออกไปได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจาก บาร์นส ให้บอลไปที่ เปเรย์ร่า ซัดด้วยซ้ายที่ระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งออกหลังไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายขึ้นนำ ไบรท์ตัน 1-0

   เริ่มครึ่งหลัง เลสเตอร์ เป็นฝ่ายได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 46 เมื่อ เกรย์ ได้บอลทั้งฝั่งขวาก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ วาร์ดี้ โหม่งหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่แล้ว ไบรท์ตัน ก็เกือบจะได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 49 จากจังหวัดโต้กลับ น็อคการ์ท ให้บอลไปที่ โกรส ลากไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะตบกลับมาตรงกลางให้ เมอร์เรย์ ซัดโด่งข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

   เล่นไปเล่นมากลับเป็น เลสเตอร์ ที่เป็นฝ่ายได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 63 จากบอลที่ขึ้นมาทางขวา เกรย์ ให้ แมดดิสัน ไหลต่อเข้าเขตโทษให้ วาร์ดี้ ยิงมุมแคบเข้าไปตุงตาข่าย จิ้งจอก นำ 2-0

   เกมเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ดันกลายเป็นว่า ไบรท์ตัน มาได้ประตูตีไข่แตก ตามมาเป็น 2-1 ในนาทีที่ 66 จากบอลที่เล่นกันอยู่หน้าเขตโทษของ เลสเตอร์ แล้ว บิสซูม่า จ่ายให้ น็อคการ์ท เปิดแฉลบไปเข้าทาง พรอพเพอร์ ซัดทันทีเป็นประตู

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 ไบรท์ตัน ได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้าเขตโทษ โลคาเดีย ยิงไม่ผ่านกำแพงบอลกระดอนมาเข้าทาง เกตัน บอง ลองยิงเอง บอลพุ่งหลุดเสาออกไป

   จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน ไป 2-1 คว้าชัยชนะเป็นนัดแรกในรอบ 8 เกมหลังสุดขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 11 ของตาราง

 

 

งูใหญ่ฟอร์มบู่ โบโลญญ่า เฉือน อินเตอร์ มิลาน 1-0

งูใหญ่ฟอร์มบู่ โบโลญญ่า เฉือน อินเตอร์ มิลาน 1-0

   งูใหญ่ฟอร์มบู่ อินเตอร์ มิลาน ฟอร์มบู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2019 แม้เกมนี้ได้เล่นในบ้านของตัวเองแต่ปรากฏว่า โดน โบโลญญ่า เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 ทำให้นัดนี้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่ อินเตอร์ ยังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ ส่วน โบโลญญ่า ต้อนรับกุนซือใหม่ด้วยการคว้า 3 แต้มมาครองได้สำเร็จ

งูใหญ่ฟอร์มบู่ โบโลญญ่า เฉือน อินเตอร์ 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านต้อนรับ โบโลญญ่า ที่สนาม จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ในวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562

   เกมนี้แม้ อินเตอร์ จะได้เล่นในบ้านแต่ก็ไม่ใช่งานง่ายมากนักเมื่อฟอร์ม 3 นัดหลังสุดไม่ค่อยน่าพอใจนัก อีกทั้งเกมล่าสุด ยังต้องเล่นไปถึง 120 นาทีก่อนจะพ่ายให้กับ ลาซิโอ ในการดวลจุดโทษในรายการ โคปป้า อิตาเลีย อีกด้วย

   ส่วนทางด้าน โบโลญญ่า เพิ่งจะปลดกุนซือออกเซ่นผลงานที่พ่ายให้กับโฟซิโนเน่มา 0-4 แล้วแต่งตั้ง ซินิซ่า มิไฮโลวิช มาคุมเกมนัดนี้เป็นนัดแรก

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีแรก อินเตอร์ มิลาน เกือบจะได้ส้มหล่นจากการที่โปลี่คืนหลังสั้นเกินไปเลยโดนอิคาร์ดี้ วิ่งมาฉกเอาบอลไปได้ก่อนจะตัดสินใจยิงเร็วทันที บอลพุ่งหลุดกรอบเข้าข้างหน้าต่างแบบเสียของ

   ช่วง 15 นาทีแรก งูใหญ่ เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ทางฝั่งทีมเยือนก็ทำได้ค่อนข้างดีไม่แพ้กัน เพราะแทบไม่เปิดพื้นที่ให้อินเตอร์ได้เจาะเลย

   แม้ อินเตอร์ มิลาน จะเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่นาทีที่ 28 โบโลญญ่า ได้ลุ้นจากลูกยิงของ ซานตาแดร์ ในกรอบเขตโทษ ยังดีที่ ฮันดาโนวิช พุ่งไปปัดบอลได้ทัน

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 4 นาที โบโลญญ่า ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้จากลูกเตะมุมที่เปิดไปหน้าปากประตู ซานตาแดร์ โฉบขึ้นมาโหม่งได้ บอลพรุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมเยือนเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน เกือบจะได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 42 จากจังหวะที่ อิคาร์ดี้ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายโดน สโครัปสกี้ คว้าบอลเอาไว้ได้อย่างน่าเสียดาย

   จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายตามหลัง โบโลญญ่า อยู่ 0-1

   ครึ่งหลัง อินเตอร์ โหมบุกหนักเข้าใส่ทีมเยือนตั้งแต่เริ่มเกม นาทีที่ 51 ได้ลุ้นจากฟรีคิกทั้งฝั่งซ้ายแต่ สโครัปสกี้ ยังชกบอลทิ้งออกมานอกเขตโทษได้แล้ว เนียงโกลัน วิ่งตามมาซัดที่ระยะกว่า 30 หลา บอลพุ่งเรียดทะลุมาถึง สโครัปสกี้ ที่รับเข้าซองติดมือ

   จากนั้นเจ้าถิ่นยังคงบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังจะเอาประตูคืนให้ได้ นาทีที่ 71 ได้ลุ้นจากจังหวะยิงของ อิคาร์ดี้ แต่บอลไปติดบล็อกผู้เล่น โบโลญญ่า ออกหลังไปได้เพียงเตะมุมเท่านั้น

   จบเกม อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านพ่ายให้กับ โบโลญญ่า ไป 0-1

 

ชุดขาว มาดริด 10 คนพ่ายคาบ้านให้ โซเซียดาด 0-2 ในรอบ 15 ปี

ชุดขาว มาดริด 10 คนพ่ายคาบ้านให้ โซเซียดาด 0-2 ในรอบ 15 ปี

   ชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านพ่ายให้กับ เรอัล โซเซียดาด ไป 0-2 เป็นการพ่ายคาบ้านให้กับ เรอัล โซเซียดาด ในรอบ 15 ปี โดยเกมนี้เจ้าถิ่นเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 60 ส่งผลให้ โซเซียดาด คว้าชัยเป็นครั้งแรกหลังจากที่พ่ายมา 4 เกมติดต่อกัน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 11 ส่วน เรอัล มาดริด แพ้ในบ้านเป็นเกมที่ 2 ของฤดูกาลนี้ รั้งอันดับ 5 บนตาราง

ชุดขาว มาดริด 10 คนพ่ายคาบ้านให้ โซเซียดาด 0-2

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน เรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ เรอัล โซเซียดาด ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562 ดูบอลสด

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 3 นาที โซเซียดาด มาได้จุดโทษไวจากจังหววะที่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ไปดึง มีเกล เมรีโน่ ล้มลงไปในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที และก็เป็น วิลเลี่ยน โชเซ่ ที่สังหารเข้าประตูไปไม่พลาด เรอัล โซเซียดาด นำก่อน 1-0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ต้นเกม มาดริด พยายามที่จะตั้งเกมและเอาประตูคืนให้ได้ และก็ได้ลุ้นในนาทีที่ 10 ซึ่งเกือบจะเป็นประตูตีเสมอของ ราชันชุดขาว เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ เปิดบอลตั้งให้ คาริม เบนเซม่า จัดการวอลเลย์ด้วยซ้ายน่าเสียดายที่บอลหลุดเสาไกลออกไปเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

   หลังจากที่พลาดโอกาสดังกล่าว มาดริด ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่หลายครั้งจะได้ลุ้นแต่จังหวะสุดท้ายกลับยังไม่คมพอที่จะเป็นประตู

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง โครส ไหลบอลไปที่ ลูกัส บาซเกซ เปิดต่อไปเสาไกล บอลชนเสานอกแล้วกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด นำ เรอัล มาดริด 1-0

   ครึ่งหลังเริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าเจ้าถิ่นยังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกเหมือนครึ่งแรก แต่คราวนี้ดูดุดันมากกว่า นาทีที่ 53 ได้ลุ้นจากการเติมเกมขึ้นมาของ ดาเนียล การ์บาฆาล ก่อนจะโยนไปจุดนัดพบให้ คาริม เบนเซม่า เทกตัวโหม่งบอลไปติดเซฟ เคโรนีโม รูยี่ พลาดโอกาสตีเสมอไปอีกครั้ง

   เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง ดูเหมือนสถานการณ์ของ ราชัน จะแย่ลงไปอีก เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเท่านั้น เมื่อ ลูกัส บาซเกซ ที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่ก่อนแล้วไปฟาวล์หนักใส่ มีเกล เมรีโน่ จนถูกใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   และจากการที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่า เจ้าถิ่นก็โดนดีเข้าจนได้เมื่อในนาทีที่ 83 มาดริด ต้องมาเสียเพิ่มอีกหนึ่งประตูให้กับทีมเยือน จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน โชเซ่ โยนบอลไปเสาไกลให้ รูเบน ปาร์โด้ โหม่งสวน กูร์กตัวส์ เข้าไปเป็นประตู โซเซียดาด นำ 2-0

   จบเกม เรอัล มาดริด เปิดรังพลิกพ่ายให้กับ เรอัล โซเซียดาด 0-2

 

 

 

  

ไก่จัดหนัก สเปอร์ส ยำ เอฟเวอร์ตัน 6-2 เคน-ซอง เบิ้ล

ไก่จัดหนัก สเปอร์ส ยำ เอฟเวอร์ตัน 6-2 เคน-ซอง เบิ้ล

   ไก่จัดหนัก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โชว์ฟอร์มแจ่มหลังบุกไปยำ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ถึงถิ่น 6-2 โดยเกมนี้ แฮรี่ เคน กับ ซอง เฮือง-มิน จัดไปคนละ 2 ประตู ช่วยให้ สเปอร์ส เป็นฝ่ายคว้าชัยในเกมนี้ เก็บเพิ่ม 3 คะแนน ยึดที่ 3 บนตาราง พรีเมียร์ลีก อย่างเหนียวแน่นและตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้น

ไก่จัดหนัก สเปอร์ส ยำ เอฟเวอร์ตัน 62

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านพบกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนาม กูดิสันปาร์ค ในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561

   ทั้งสองทีมเจอกันในฤดูกาลที่แล้วเป็น ไก่เดือยทอง ที่สามารถเอาชนะได้ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือน นอกจากนี้พวกเขายังไม่แพ้ เอฟเวอร์ตัน มาตั้งแต่ปี 2013 รวมแล้ว 11 นัด (ชนะ 6 เสมอ 5)

   เริ่มเกม เอฟเวอร์ตัน บุกจากขวาไปซ้าย ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ซิกูร์ดสัน จ่ายบอลไปทางริมกรอบฝั่งขวาให้ วัลคอตต์ เปิดไปหน้าปากประตูให้ ริชาร์ลีซอน โหม่งบอลลงพื้นเฉี่ยวเสาแรกออกไปนิดเดียว

   แต่หลังจากนั้นนาทีที่ 11 สเปอร์ส ได้โอกาสตอบโต้บ้างจาก ทริปเปียร์ วางบอลไปให้ เคน หลุดเดี่ยวไม่ล้ำหน้า ก่อนจะกระดกข้ามตัว ฟิคฟอร์ด น่าเสียดายที่บอลเข้าข้างตาข่าย

   แม้เกมจะค่อนข้างสูสี แต่ เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ ซานเชซ เปิดบอลยาวขึ้นมา ซูม่า โหม่งหนุนกลับมาแต่ วิงค์ส โหม่งว่าว บอลเลยมาถึง ซิกูร์ดสัน ไหลเข้ามาในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ คัลเวิร์ท-เลวิน กระชากบอลไปจนถึงสุดเส้นหลังก่อนจะผ่านไปหน้าปากประตูให้ วัลคอตต์ แปเข้าไปเป็นประตู

   แต่ถัดมาไม่นานเพียง 6 นาที สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตามตีเสมอจากจังหวะที่ เคน ให้บอลมาทางฝั่งขวา ซูม่า กับ พิคฟอร์ด ดันวิ่งมาชนกันทำให้บอลกระดอนมาที่ ซอง เฮือง-มิน พักบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วยิงด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาไกล ไก่ไล่มา 1-1

   ถัดมานาทีที่ 37 สเปอร์ส มาได้ประตูพลิกแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะแรกที่ ซอง เฮือง-มิน ซัดจากกรอบฝั่งซ้ายแต่โดน พิคฟอร์ด ตัดออกมาได้ บอลมาเข้าทาง อัลลี ซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 ทีมเยือนมาได้เพิ่มอีก 1 ประตูปิดท้าย จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ทริปเปียร์ ปั่นบอล อ้อมกำแพงมาชนเสาแรกกระดอนไปเข้าทาง เคน หน้าปากประตู จัดการแปด้วยขวาเป็นประตู 3-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียง 3 นาที สเปอร์ส มาได้ประตูนำ 4-1 จากลูกวอลเลย์สุดสวยของ อีริคเซน ที่กดด้วยขวาบอลพุ่งหนีมือ พิคฟอร์ด เสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม

   แต่หลังจากนั้นนาทีที่ 51 เจ้าถิ่นตามมาเป็น 2-4 จากการโชว์เดี่ยวของ ซิกูร์ดสัน ที่เลี้ยงบอลหนีผู้เล่นทีมเยือนถึง 3 ตัว เข้ามาในกรอบฝั่งขวา ก่อนจะยิงหักข้อส่งบอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไป

   แต่ยิงมาก็ยิงกลับไม่โกงเมื่อไก่มาได้ประตูที่ 5 จากจังหวะที่ ลาเมล่า ทำชิ่งกับ อีริคเซน ก่อนจะจ่ายทะลุไปให้ ซอง เฮือง-มิน ที่เหมือนจะล้ำหน้านิดๆ แต่ธงไม่ขึ้น หลุดเดี่ยวไปแปด้วยขวาเป็นประตู 5-2

   และปิดท้ายด้วยประตู 62 ในนาทีที่ 74 จาก แฮรี่ เคน ปิดเกมเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปแบบไม่เกรงใจเจ้าถิ่น 6-2

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 พรีวิว แมนยู พบ ยัง บอยส์

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 พรีวิว แมนยู พบ ยัง บอยส์

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2018/19 กลุ่ม H แมนยู เปิดบ้านพบกับ ยัง บอยส์ ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดูบอลสด ในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน 2018 เวลา 03:00 น.

สถิติการพบกันหลังสุดของทั้งสองทีม

   20/09/18 ยัง บอยส์ 0-3 แมนฯยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   เจ้าถิ่น แมนยู เกมนี้ยังไม่มี วิกเตอร์ ลินเดอเลิฟ แนวรับที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ ซึ่งคาดว่า มูรินโญ่ น่าจะส่ง ฟิล โจนส์ หรือ เอริค ไบยี่ ลงสนามแทนแต่คาดว่า ฟิล โจนส์ จะได้รับโอกาศ และอีกหนึ่งคนคือ ดีโอโก้ ดาโลต์ แบ็กขวาก็ยังพักฟื้นเช่นกัน แต่ข่าวดีคือ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายที่ติดโทษแบนเกมลีกจะกลับมาประจำการในแนวรับฝั่งซ้ายได้ตามเดิม

   เกมนี้  โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของ แมนยู เตรียมส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงทำเกมริมเส้น และมี โรเมลู ลูกากู เป็นหน้าเป้า

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาบิด เด เกอา, แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, ฆวน มาต้า, เนมันย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, โรเมลู ลูกากู, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ยัง บอยส์

   สำหรับทีมเยือน ยัง บอยส์ สภาพทีมยังไม่มี เซกู ซาโนโก้ กองกลางของทีมที่ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมก่อน นอกจากนี้ยังขาด กีโยม โออาโร่ ศูนย์หน้า เกรกอรี่ วุทริช และ จอร์แดน โลตอมบา อีกด้วย

   เกราร์โด้ ซีโออาเน่ เทรนเนอร์ ยัง บอยส์ เตรียมส่ง คริสเตียน ฟาสนัชท์, กิลเยร์เม่ โออารัว และ โรเช่ร์ อัสซาเล่ นอกจากนี้ยังมีชื่อของ เลโอนาร์โด แบร์โตเน่ ที่ช่วงหลังทำผลงานได้ค่อนข้างดีอีกด้วย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ดาวิด บอลมอส, เควิน เอ็มบามู, สตีฟ วอน เบอร์เก้น, ซานโดร ลัวเปอร์ กามาร่า, ลอริส เบนิโต้, คริสเตียน ฟาสนัชท์, ฌิบริล โซว, เลโอนาร์โด แบร์โตเน่, มิราเลม ซูลายมานี่, กิลเยร์เม่ โออารัว, โรเช่ร์ อัสซาเล่

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 วิเคราะห์บอล แมนยู พบ ยัง บอยส์

   สำหรับเจ้าถิ่น แมนยู เพิ่งเปิดบ้านเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 0-0 ไปเมื่อวันเสาร์ ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งพ่ายให้กับ แมนฯซิตี้ มา 1-3 ในเกมนี้ ปีศาจแดง จึงจำเป็นต้องเก็บชัยในนัดนี้ให้ได้เพื่อโอกาสในการเข้ารอบที่สดใส

   ส่วนทางด้าน ยัง บอยส์ เพิ่งเปิดบ้านเอาชนะ ลูกาโน่ 1-0 ซึ่งเป็นชัยชนะเกมที่ 13 จาก 15 นัดแรก แต่ในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่มีอะไรให้ลุ้นอีกต่อไปแล้ว

   ดังนั้น เกมนี้แน่นอนว่า แมนยู ต้องเปิดเกมเข้าใส่อย่างแน่นอน เพราะการชนะในนัดนี้มีผลกับการผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างมาก เชื่อว่าในที่สุดแล้ว ปีศาจแดง จะเก็บ 3 แต้มได้อย่างแน่นอน

 

 

เรือ เปิดเอติฮัดถล่ม ชัคตาร์ โดเนตสค์ 6-0 เฆซุส แฮตทริก แมนซิตี้ โอกาสเข้ารอบสดใส

เรือ เปิดเอติฮัดถล่ม ชัคตาร์ โดเนตสค์ 6-0 เฆซุส แฮตทริก แมนซิตี้ โอกาสเข้ารอบสดใส

   เรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ชัคตาร์ โดเนตสค์ ไป 6-0 โดยใน 6 ประตูดังกล่าวเป็น กาเบรียล เฆซุส ที่ซัดแฮตทริกได้อีกด้วย ซึ่งเกมนี้ของ แมนซิตี้ ถือเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว โอกาสผ่านเข้ารอบถือว่าสดใส

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F แมนเชสเตอร์ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ ชัคตาร์ โดเนตสค์ ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2561

เรือ ได้ เฆซุส ซัดแฮตทริก แมนซิตี้ โอกาสเข้ารอบสดใส

   เริ่มเกมเป็น แมนซิตี้ ที่เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า แล้วประตูแรกของ เรือใบสีฟ้า ก็มาไวในนาทีที่ 13 จากจังหวะที่ มาห์เรซ กระชากบอลมาจากทางฝั่งขวาก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ ซิลบา สอดมายิงจ่อๆเข้าประตูไป ซิตี้ นำอย่างไว 1-0

   จากนั้นประตูที่ 2 ของ แมนซิตี้ ก็ตามมาหลังจากนั้นอีก 10 นาที ในนาทีที่ 23 เรือใบสีฟ้าได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วดันไปสะดุดขาตัวเองล้มลงไปในขณะที่ผู้เล่นของ ชัคตาร์ ยังตามมาไม่ถึงด้วยซ้ำ กรรมการก็ยังเป่าให้เป็นจุดโทษซะงั้น เคซุส ก็เลยได้ยิงบอลเข้าไปเป็นประตูแบบงงๆ แมนซิตี้ นำ 2-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ชัคตาร์ ที่เป็นฝ่ายตกเป็นรอง พยายามจะอาศัยจังหวะสวนกลับทำเกมขึ้นมาเหมือนกันจังหวะนี้ ไตสัน ลากบอลจากกลางสนามขึ้นมาก่อนจะไหลไปทางขวาให้ โควาเลนโก ได้ซัดด้วยขวาที่ระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลพุ่งหลุดออกหลังไป

   ครึ่งหลังลงสนามมาได้เพียงแค่ 3 นาที ซิตี้ ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 3-0 จากการที่ ราฮีม พลิกบอลหนีผู้เล่น ชัคตาร์ แล้วลากเข้าไปซัดเองด้วยขวา บอลพุ่งแรงเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม

   ถัดมานาทีที่ 71 เรือใบสีฟ้า มาได้จุดโทษอีกครั้งจากการที่ สเตปาเนนโก้ พุ่งเสียบ ซิลบา ล้มลงไปในเขตโทษ กรรมการเป่าเป็นจุดโทษทันทีและก็เป็น เคซุส คนเดิมที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปอีกครั้ง แมนซิตี้ นำห่าง 4-0

   แม้จะนำห่างถึง 4 ประตูแต่ ซิตี้ ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 76 มาห์เรซ ลากบอลจากขวาเข้าเขตโทษก่อนจะล็อคหลบผู้เล่นของ ชัคตาร์ แล้วจัดการซัดด้วยซ้ายไปทางเสาไกล แต่น่าเสียดายที่บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปเพียงนิดเดียว

   เข้าสู่ช่วงท้ายเกมประตูที่ 5 ของ แมนซิตี้ ก็มาจนได้ในนาทีที่ 84 ซึ่งเป็นจังหวะสวนกลับ กุนโดกัน โยนจากซ้ายไปขวาให้ มาห์เรซ เอาบอลลงแล้วหาจังหวะก่อนจะซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแรงเข้าประตูไปจนได้ เรือนำห่าง 5-0

   ยังไม่พอ ก่อนจบเกมเรือมาได้เพิ่มอีก 1 ประตูซึ่งเป็นประตูแฮตทริกของ เฆซุส ที่โชว์กระดกบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูทีมเยือนเข้าไปอย่างเหนือชั้น

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ชัคตาร์ โดเนตสค์ 6-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน มี 9 แต้ม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปเรียบร้อย